ฝีดาษลิง

ฝีดาษลิง

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าโลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคาม เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส อธิบดีองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า “ฝีดาษลิง” โอกาสแพร่ระบาดสู่ประชาชนยังต่ำ คำแนะนำกลุ่มเสี่ยงสูงให้กักตัวเองเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ชุดของภัยคุกคามที่น่ากลัวไปพร้อมกัน เช่น โควิด-19 “ฝีดาษลิง” ภัยแล้ง การขาดแคลนอาหาร ภาวะโลกร้อน และสงครามยูเครน-รัสเซียในขณะที่คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกกำลังหารือเกี่ยวกับการแพร่กระจายของโรคฝีดาษใน 15 ประเทศนอกทวีปแอฟริกา ผู้ป่วยมากกว่า 80 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “ฝีดาษลิง” ในยุโรป ให้กับประชาชนยังตกต่ำ

COVID-19 กับ ฝีดาษลิง อะไรน่ากลัวกว่ากัน

ซึ่ง COVID-19 ไม่ใช่วิกฤตด้านสาธารณสุขเดียวที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ปัจจุบันคองโกแอฟริกากลางอยู่ภายใต้การควบคุมของการแพร่ระบาดของอีโบลา ในขณะที่อัฟกานิสถาน เอธิโอเปีย โซมาเลีย ซูดานใต้ ซีเรีย ยูเครน และเยเมน ประสบกับโรคระบาด “ฝีดาษลิง“, ไวรัสตับอักเสบบี และวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมของสงครามภายในประเทศ สำหรับ “ฝีดาษลิง” เกิดจากไวรัสที่พบได้บ่อยที่สุดในพื้นที่ห่างไกลของประเทศในแอฟริกากลางและตะวันตก อาการมักจะไม่รุนแรง ตามรายงานของ National Health Service ของสหราชอาณาจักร ผู้คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสจะฟื้นตัวภายในสองถึงสามสัปดาห์ คำว่า “ฝีดาษลิง” ได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

 

 

หมอเตือน ฝีดาษลิง แพร่กระจายได้

ศ.นพ.ธีระยังกล่าวอีกว่าไวรัสโรคฝีดาษลิง แพร่กระจายเมื่อเริ่มมีอาการ ดังนั้นหากคนป่วยและได้สัมผัสกับคนอื่นมากแค่ไหนก็มีโอกาสแพร่เชื้อได้สูง และคนที่ติดเชื้อคลื่นที่ 2 แสดงอาการภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ แต่สามารถอยู่ได้นานถึง 3 สัปดาห์ ทำให้ โรคแพร่กระจายอย่างกว้างขวางมากขึ้น การติดเชื้อในอังกฤษก็เหมือนกับการแพร่ระบาดในชุมชน โดยต่อมาไม่ได้สัมผัสเคสแรกและไม่ได้กลับมาจากพื้นที่ต้นทาง แต่ข้อดีของไวรัสนี้คือ ความสามารถในการแพร่ระบาดยังต่ำมาก นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีส่วนร่วมจะติดทุกคน ในปี 2020 องค์การอนามัยโลกรายงานว่ามีผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงที่น่าจะเป็น 4594 รายและผู้เสียชีวิต 171 ราย (อัตราส่วนผู้เสียชีวิต 3.7%) แต่ไม่ได้รับการยืนยัน การตรวจ PCR

หมอแนะนำวิธีการป้องกัน ฝีดาษลิง

ผู้คนสามารถติดโรค ฝีดาษลิง ได้โดยการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ติดเชื้อกัด การทำอาหารจากสัตว์ป่าหรือรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่เพียงพอ หรืออาจติดเชื้อทางอ้อมโดยการสัมผัสเตียงของสัตว์ป่วย การติดต่อจากคนสู่คนมีโอกาสน้อยลง แต่อาจเกิดขึ้นได้โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งทางเดินหายใจ ผิวหนังพุพองหรือสิ่งปนเปื้อน เมื่อผู้ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายมีระยะฟักตัว 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน อาการเริ่มแรกคือมีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น เหนื่อยล้า หลังจากผ่านไปประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นที่แขนขา และอาจเกิดขึ้นตามใบหน้าและลำตัวเช่นกัน ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในขั้นตอนสุดท้าย ตุ่มหนองจะตกสะเก็ดและหลุดออกมา การเจ็บป่วยใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคได้เอง อาการรุนแรงมักพบในเด็ก


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น